News and Article
ฟังอย่างไรจึงจะแยกแยะความพิเศษของเครื่องหรือลำโพงได้ง่ายๆ

     ยี่สิบกว่าปีที่คลุกคลีอยู่ในวงการเครื่องเสียง มีเรื่องแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือนักเล่นเครื่องเสียงส่วนใหญ่จะ “กลัว” การฟังเพลง เครื่องยิ่งแพงยิ่งขาดความเชื่อมั่น อาจกลัวว่าเสียงมันไม่ดี เลยต้องหาเพลง “พิเศษ” ทั้งหลายมาเปิดเล่น ยิ่งนานวันแผ่นเพลงพิเศษยิ่งมาก แผ่นเพลงธรรมดาๆยิ่งน้อย

     เครื่องหรือลำโพงที่ดีที่มีคุณภาพเหนือกว่ามาตรฐาน มักทำให้นักเล่นเข้าใจผิดว่ามันเล่นได้เฉพาะเพลงที่บันทึกมาดีๆเท่านั้น เพลงทั่วๆไป หรือเพลงไทยฟังไม่ได้ ของดีๆเลยกลายเป็นของ "ขี้ฟ้อง” ซึ่งให้ความหมายในทางลบไป

ในความจริงมันเล่นได้หมดละครับ ทั้งเพลงดีไม่ดี ถูกต้องที่ว่าเครื่องหรือลำโพงที่ดีมากๆ จะให้ความพิเศษของคุณภาพหากเพลงที่บันทึกมาดีๆ

     แต่กับเพลงธรรมดาๆ (แต่เพลงเพราะถูกใจคนฟัง) ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเครื่องหรือลำโพงเหล่านั้น มันยังสามารถเปิดเผยให้เห็นสิ่งดีๆที่แอบแฝงอยู่ในเพลงธรรมดาทั้งหลายนั้นจะต่างกันตรงดีกรีของความแตกต่างเท่านั้น

ย้อนกลับมาเรื่อง “ความกลัว” ที่ต้องฟังเพลงกันต่อ

    

ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมเมื่อพูดถึงนักฟังหรือนักวิจารณ์เครื่องเสียงแล้ว เพอร์เซ็ปท์ชั่นของนักเล่นส่วนใหญ่จะนึกไปถึงความจริงจัง ความเครียด และนึกไปถึงคำว่า “จับผิด” หลายคนจึงปกป้องตัวเองว่า “ผมฟังเพลงไม่ได้ฟังจับผิดเครื่อง เครื่องอะไรก็ฟังได้ ฟังเพราะ” พูดอย่างนี้ด้วยความกลัว กลัวว่าเขาหาว่าฟังไม่เป็น ฟังไม่ออก ทั้งๆที่ยังไม่เคยได้ฟังได้ฟังจริงๆมาเลย

     ในความเป็นจริง (อีกครั้ง) เครื่องยิ่งดี เพลงก็ยิ่งเพราะ ยิ่งเข้าถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความสามารถของศิลปินได้มากกว่า หากฟังกับชุดเครื่องเสียงไหนๆก็เพราะเหมือนๆกันหมด อย่างนี้ก็คงไม่มีวงการเครื่องเสียงสิครับ

     ผมเชื่อว่านักทดสอบ นักฟังเพลงที่ดี เขาไม่ได้เคร่งเครียด ไม่ได้ตั้งใจฟังเป็นพิเศษ ไม่ได้นั่งจับผิดเครื่องหรอกครับ แค่เปิดใจให้กว้างและนั่งฟังเพลงเท่านั้น (เพียงแต่นักฟัง นักทดสอบเครื่องที่ดีต้องฟังเพลงได้หลากหลายแนว หลากหลายศิลปิน)

     ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องเพ่ง ไม่ต้องตั้งสมาธิ ไม่ต้องเงี่ยหูฟังในสิ่งที่ชาวบ้านไม่ได้ยิน แค่ฟังเพลง เพลงจะบอกเราเองว่า เครื่องเสียงนั้นมีสมรรถนะอย่างไร แค่ฟังเพลงเท่านั้น 


จาก Stereo Advice “Big Band แผ่นฟังเครื่อง”

โดยคุณ อภินันท์ สเตอริโอ ฉบับที่ 178