ลำโพง…เรื่องน่ารู้

ลำโพง…เรื่องน่ารู้ 

โดย อภินันท์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสารสเตอริโอ

ลำโพงเป็นอิเลคโตรแม็ค คานิคอล ทรานส์ดิวเซอร์ (Electro mechanical Transducer) เปลื่อนพลังงานไฟฟ้าไปเป็นการสั่นไหวทางกล

เป็นเรื่องที่แปลกแต่จริง เพราะรูปร่างหน้าตาของลำโพงไม่เห็นจะเหมือนเครื่องดนตรีหรือนักร้องเลย แต่กลับทำเสียงได้สารพัด

และทั้ง ๆ ที่ใช้หลักการการออกแบบอันเดียวกัน มิหนำซ้ำอุปกรณ์ชิ้นส่วนที่ใช้ประกอบกันขึ้น มาก็น้อยชิ้นกว่าอุปกรณ์เครื่องเสียงอื่น ๆ แค่ดอกลำโพง ตู้ และวงจร เน็ทเวิร์ค แต่ลำโพงทั้งหลายกลับให้เสียงที่แตกต่างกันมากที่สุด สามารถ ฟังออกถึงความแตกต่างง่ายกว่าอปุกรณ์เครื่องเสียงชนิดอื่น ๆ ทั้งหมด

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเราไม่ได้อยู่บนโลกของอุดมคติมีปัจจัย และคุณสมบัติเฉพาะตัวอีกมากมาย ที่จะเป็นตัวชี้ว่าลำโพงนั้น ๆ น่าจะมีคุณภาพเสียงที่ดีมากน้อยแค่ไหน ต่อไปนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรรู้ก่อน การเลือกซื้อลำโพงสักคู่หนึ่ง เพื่อที่จะเลือกลำโพงให้ถูกคู่ ถูกความต้องการ ถูกกับงบประมาณและความชื่นชอบส่วนตัว

กี่ทางดี?

ในลำโพงที่มีอยู่จำนวนมาก รุ่นในท้องตลาด มีเกณฑ์ในการแบ่ง แยกอยู่หลายแบบหลายอย่าง การแบ่งการออกแบบโดยใช้การตัดแบ่งความถี่เป็นเกณฑ์ (ไม่ใช่จำนวนไดรเวอร์นะครับ เพราะบางครั้ง ไดรเวอร์ 4-5 ตัว แต่เป็นแค่ลำโพง 3 ทางหรือไดรเวอร์ 3 ตัวแต่กลับออกแบบเป็นลำโพง 2 ทางเป็นต้น)

ลำโพงแต่ละแบบต่างก็มี แฟนประจำ ต่างก็ได้รับความนิยมกันทั้งสิ้น ลองเลือกดูสักแบบให้โดน ใจจริง ๆ นะครับ

-ระบบ 2 ทาง

ลำโพง 2 ทางประกอบด้วยวูฟเฟอร์ (Woofer (S)) หรือ ดอกลำโพงเสียงทุ้ม (อาจมีมากกว่า 1) กับทวีตเตอร์ (Tweeter) หรือ ดอกเสียงแหลม ทำงานร่วมกันในย่านความถี่ออดิโอ

ปัจจุบันลำโพง 2 ทางที่วูฟเฟอร์ใหญ่เกิน 7 นิ้ว จะไม่แนะนำให้ซื้อ เพราะดอกลำโพงขนาดใหญ่ (เป็น 8 นิ้ว หรือ 10 นิ้ว ) จะทำงานได้ไม่ดีในช่วงความถี่เสียงกลาง (Mid-range) ทำให้ย่านเสียงกลางขาด ความสมจริง ขาดความเที่ยงตรง และรายละเอียด

วูฟเฟอร์ขนาดใหญ่จะถูกออกแบบมาให้ทางานได้ดีกับเสียงความถี่ต่ำ (Bass) ประมาณ 200 Hz ลงไป แต่ในลำโพง 2 ทางวูฟเฟอร์ ควรทำงานขึ้นไปครอบคลุมในช่วง เสียงกลางด้วย (200-3,000 หรือ 4,000 Hz) เพราะจะได้ลดภาระของทวีตเตอร์ลง

ลำโพง 2 ทางทั่วไปไม่ควรจะมุ่งหวังในเรื่องของเบสส์ลึกๆ (20- 40 Hz) ถ้าจะเล่นให้ครบย่านความถี่ เสียงจริง (20-20,000 Hz) ควร ปล่อยให้เป็นภาระของซับวูฟเฟอร์จะดีกว่า

ส่วนในเรื่องของความถี่สูง ๆ ขึ้นมา กฎที่ว่าอย่าปล่อยให้ไดรเวอร์ทำงานขึ้นไปจนเกินกว่าความถี่ที่มีความยาวคลื่นน้อยกว่า (ความถี่ยิ่งสูงขึ้นความยาวคลื่นจะสั้นลง) เส้นผ่านศูนย์กลางของกรวย เช่น กรวยขนาด 8 นิ้ว (20 ซม.) ก็ไม่ควรให้มันทำงานเกิน 1,700 Hz เพราะอาจทำให้มุม การกระจายเสียงของวูฟเฟอร์จะแคบ ลงเป็นลำเล็ก ๆ และอาจก่อให้เกิด ความถี่แปลกปลอมขึ้นจาก Doppler Effect

-ระบบ 2 ทางครึ่ง

ลำโพงระบบ 2 ทางครึ่งเพิ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายในระยะหลังมานี้เอง ถ้าดูเฉพาะรูปร่างหน้าตา และจำนวนไดรเวอร์ 3 ตัวที่ใช้ อาจเป็นไปได้ถึง 3 แบบคือ เป็นลำโพง 3 ทาง 2 ทาง และ 2 ทางครึ่ง

ลำโพงระบบสองทางครึ่งจะใช้ไดรเวอร์ เบส/มิดเรนจ์ ที่เหมือนกันถึง 2 ตัวต่อตู้ทำงานร่วมกับ ทวิตเตอร์ โดยทั่วไปไดรเวอร์ตัวล่างจะตีดการทำงานขึ้นมาแค่ไม่เกิน 200 Hz และปล่อยไดรเวอร์ (เบส/มิดเรนจ์) ตัวบนทำงานต่อขึ้นมาจนถึง รอยต่อกับทวีตเตอร์ ซึ่งอยู่แถวๆ 1,500 – 4,000 Hz ลำโพงสองทาง ครึ่งต่างกับลำโพงสามทางตรงที่ปล่อยให้ไดรเวอร์ เบส/มิดเรนจ์ ทั้งสองตัวทำงานทับย่านกันช่วงความถี่ต่ำทำงานไปด้วยกัน (ไม่ได้ตัดความถี่ต่ำของไดรเวอร์ตัวบนทิ้งไป) ทำให้ได้ปริมาณความถี่ต่ำที่เพิ่มขึ้น
ข้อดีคือไดรเวอร์ตัวบนทำงานย่านเสียงกลางอย่างมีลีเนียร์ขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับลำโพง 2 ทาง เพราะในช่วงความถี่ต่ำ ๆ ไดรเวอร์ตัวบนขยับตัวแค่ครึ่งเดียวของลำโพง 2 ทาง ฉะนั้นความเพี้ยนในย่านเสียง กลางจากการที่ไดรเวอร์ต้องขยับตัวมาก ๆ เพื่อสร้างเสียงเบสขึ้นมาก็จะลดลง

ข้อไม่ดีเมื่อเปรียบเทียบกับลำโพง 3 ทางก็คือ ไดรเวอร์ที่ต้องทำงานในช่วงเบสทั้ง 2 ตัวอยู่ในสถานะหรือความพร้อมที่แตกต่างกัน

ลำโพง 2 ทางครึ่งส่วนใหญ่ ช่วงความถี่ต่ำอิมพีแดนซ์จะตกลงมา เหลือประมาณ 4 โอห์ม ต้องใช้แอมป์ที่มีความสูงมารถในการขับโหลดอิมพีแดนซ์ต่ำ ๆ ได้ดีกว่าแอมป์ทั่ว ๆ ไป

-ระบบ 3 ทาง

ลำโพง 3 ทางจะใช้วูฟเฟอร์ ขับย่านความถี่ต่ำ มิดเรนจ์ขับย่านความถี่กลางๆ และทวิตเตอร์ขับเสียง ความถี่สูง

ลำโพง 3 ทางที่ใช้วูฟเฟอร์ ขนาดใหญ่ (8 นิ้ว – 12 นิ้ว) อาจตอบสนองความถี่ได้เต็มย่านความถี่เสียง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งบริการจาก ซับวูฟเฟอร์

อย่างไรก็ตามหากกำลัง ลังเลถึงลำโพง 2 ทางและ 3 ทางในราคาเท่า ๆ กัน อยากแนะนำให้ซื้อ ลำโพง 2 ทางมากกว่า เพราะลำโพง 3 ทางราคาถูกๆนั้นไม่มีอะไรมาก ไปกว่าความถี่ต่ำที่มากขึ้น ตรงกันข้ามลำโพง 2 ทางคุณภาพดี ๆ หากขาดแคลนความถี่ต่ำ ๆ เราสามารถเพิ่มซับวูฟเฟอร์ดี ๆ เข้าไปเมื่องบประมาณตกมาถึง โดยปกติลำโพงในซีรีส์เดียวกันลำโพง 2 ทางกับลำโพง 3 ทาง (ที่ขนาดตู้เท่า ๆ กัน) ราคาจะสูงกว่ากันอยู่ 30-40% ทีเดียว

ระบบลูกเต๋า

เป็นลำโพงทรงลูกเต๋าขนาดเล็ก ๆ ที่ใช้งานร่วมกับลำโพงตู้แบบแบนด์พาสส์ไม่มีกำลังขับในตัวที่เรียกว่าซับวูฟเฟอร์นำเสนอเสียงใหญ่ ๆ ในขนาดเล็กจิ๋ว

ส่วนใหญ่ลำโพงระบบนี้ (โดยเฉพาะชุดราคาถูก) จะออกแบบเป็นลำโพง 2 ทาง มีไดรเวอร์ฟูลเรนจ์ เล็ก ๆ กับเจ้าตัวที่เรียกว่าซับวูฟเฟอร์ ที่ไม่มีกำลังขับมาให้และออกแบบตู้แบบ Bandpass (ซ่อนดอกลำโพง ถูก ๆ ไว้ในตู้) จะทำงานที่ 45 – 200 Hz ขณะที่ลำโพงจิ๋ว ๆ เท่าฝ่ามือนั้น จะออกแบบให้ทํางานช่วง 200 -13,000 Hz ซึ่งระบบลำโพงดังกล่าวมีปัญหาน่าคิดหลายประการดังนี้

1. สิ่งที่เขาเรียกว่าซับวูฟเฟอร์ แต่ทางานขึ้นมาถึง 200 Hz ทำให้การกระจายเสียงเริ่มมีความ เป็นทิศทางมากขึ้น เกิดการฟ้องตำแหน่งของตู้ลำโพงซับทำลาย สเตอริโออิมเมจ ซึ่งซับวูฟเฟอร์ที่ดีเขาจะตัดการทำงานไว้ไม่เกิน 100 Hz และไม่ได้มีการเน้นช่วงมิดเบสส์ (50 – 80 Hz) อย่างซับวูฟเฟอร์ของลำโพงระบบลูกเต๋าทำกัน

2. โมโนซับวูฟเฟอร์โดยปกติ ต้องการจุดตัดไม่เกิน 100 Hz เพื่อความกลมกลืนของย่านเสียงกลาง โดยเฉพาะเสียงร้อง

3. ตัวลำโพงลูกเต๋านั้นไดรเวอร์ (ตัวเดียว) มีขนาดเล็กเกินไปที่จะให้เสียงกลางได้ดีพอ และมีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับการเป็นทวิตเตอร์ที่ดี ด้านความถี่สูงนั้นมันมีการโรยตัวลงมา (Roll Off) อย่างรวดเร็วของการตอบสนองความถี่ที่ 13 kHz แถมด้วยการตอบสนองที่โด่งขึ้นก่อนจะตกลงมา แทนที่จะขึ้นไปจนสุดย่านการรับฟังที่ 20 kHz

นิตยสาร สเตอริโอ
Stereo Advice ลำโพงเล็ก